5 อันดับความท้าทายในการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล

ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิทัล สิ่งนั้นก็คือความเปลี่ยนแปลง เราคงกล่าวได้ว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่ทว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นรวดเร็วมากกว่าที่เคยเป็นมา เมื่อไม่นานมานี้ เราได้เห็นแล้วว่าแบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ต้องร่ำลาวงการไปเนื่องจากการมาเยือนของเทคโนโลยีดิจิทัล (ที่รู้จักกันดีก็คือ กรณีของร้านวีดีโอ Blockbuster) ซึ่งทำให้ทุกๆ แบรนด์และองค์กรต้องรีบหันมาหาวิธีรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบกับธุรกิจ

ทุกองค์กรที่กำลังมองหาวิธีการปรับเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลก่อนที่ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ ล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายบางประการ ในรายงานชื่อ 2016 State of Digital Transformation Report นั้น Brian Solis และกลุ่ม Altimeter Group ได้ทำแบบสำรวจสอบถามผู้บริหารและนักกลยุทธ์ด้านความเปลี่ยนแแปลงทางดิจิทัลจำนวน 500 คน ซึ่งทำงานภายในองค์กรที่ได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเกิดขึ้น และความท้าทาย 5 อันดับแรกที่พบบ่อยที่สุดในแบบสำรวจก็คือ

  1. การทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า
  2. ความขาดแคลนข้อมูลหรือ ROI ในการที่จะประเมินความคุ้มค่าของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
  3. การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฏข้อบังคับ และความซับซ้อนทางกฎหมายต่างๆ
  4. การจัดหาทรัพยากร
  5. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรเพื่อความสะดวกรวดเร็ว

การปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องยาก

ความท้าทายที่กล่าวมานี้สะท้อนให้เห็นในแบบสำรวจอย่างไม่เป็นทางการซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้โดย Microsoft ซึ่งได้ทำการสอบถามผู้บริหารธุรกิจในลอสแองเจลิสและชิคาโก โดยพวกเขากล่าวว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัลนั้น มักจะถูกขัดขวางเนื่องจากวัฒนธรรมขององค์กรหรือบริษัทไม่พร้อมที่จะเปิดรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือไอเดียใหม่ๆ ที่เข้ามา นอกจากนี้หลายคนกล่าวว่าระบบดั้งเดิมที่ตกทอดกันมา การขาดความร่วมมือ รวมถึงความขาดแคลนข้อมูลและความรู้ เป็นอุปสรรคของการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือก็ถือเป็นอุปสรรคเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน Economist Intelligence Unit Digital Evolution Report เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งพบว่า ร้อยละ 88 ของบริษัทที่ถูกสอบถามข้อมูลเพื่อนำมาทำรายงานเชื่อว่าพวกเขา “ไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการที่จะดำเนินกลยุทธ์ทางดิจิทัล”

ยอมรับความเปลี่ยนแปลง

ข่าวดีก็คือ ผลของการยืนหยัดเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลนั้นคุ้มค่า

  • ผลประโยชน์จากความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลนั้น สามารถเห็นได้ในปัจจุบัน เช่น ส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มมากขึ้น (41%) ความมีส่วนร่วมของลูกค้าเพิ่มขึ้นจากช่องทางดิจิทัล (37%) พนักงานมีกำลังใจในเชิงบวกมากขึ้น (37%) ความมีส่วนร่วมบนเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น (32%) และรายได้จากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น (30%) – ข้อมูลจาก รายงาน State of Digital Transformation Report ของกลุ่ม Altimeter Group ปี 2016
  • ร้อยละ 39 กล่าวว่าความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลได้ช่วยให้พวกเขามีความคืบหน้าในการพัฒนาระบบการโอนเงินแบบเรียลไทม์ ร้อยละ 32 กล่าวว่าความพยายามดังกล่าวช่วยให้พวกเขามีความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ร้อยละ 28 กล่าวว่ามันช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามา – ข้อมูลจาก รายงาน Digital Evolution: Learning from the Leaders in Digital Transformation ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ปี 2015
  • ร้อยละ 33 กล่าวว่าความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล ได้ช่วยให้พวกเขามีความคืบหน้าในการสร้างช่องทางการขายใหม่ๆ ร้อยละ 25 กล่าวว่ามันช่วยให้พวกเขามีความคืบหน้าในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ – ข้อมูลจาก รายงาน Digital Evolution: Learning from the Leaders in Digital Transformation ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ปี 2015
  • ร้อยละ 71 ของบริษัทที่ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลแล้วกล่าวว่า วิสัยทัศน์ทางดิจิทัลของบริษัทช่วยดึงดูดบุคคลากรใหม่ๆ ที่มีความสามารถเข้ามา (เทียบกับร้อยละ 10 ในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง) – ข้อมูลจาก Aligning the Organization for Its Digital Focus Report ใน MIT Sloan Management Review และ Deloitte University Press ปี 2016.

หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนธุรกิจของคุณโดยการใช้เทคโนโลยี โปรดติดต่อเราที่ +662-263-6888 หรือส่งอีเมลมาที่ smbth@microsoft.com

เนื้อหาทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกทีนี่

Join the conversation

0 comments

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *